วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

บุคคลสำคัญของไทย

(ภาพสแกนโดย อ.อธิศรี รัตนวิเศษ) 
 
 



 
         
           หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๖ 
ณ บ้านถนนอัษฏางค์ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชาย คนเดียวของเจ้าพระยา
เสด็จสุเรนทราบดี ( หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล ) อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการ 
ซึ่งปัจจุบันนี้คือ กระทรวงศึกษาธิการ กับท่านผู้หญิงเสงี่ยม
( นามสกุลเดิม วสันตสิงห์ )ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา และรวมท่านแล้วทั้งหมด ๘ คน คือ  
  • หม่อมหลวงปก
  • หม่อมหลวงปอง เทวกุล สมรสกับหม่อมเจ้าสุรวุฒิประวัติ เทวกุล
  • หม่อมหลวงเปนศรี
  • หม่อมหลวงปนศักดิ์
  • หม่อมหลวงป้อง
  • หม่อมหลวงปิ่น
  • หม่อมหลวงเปี่ยมสิน
  • หม่อมหลวงปานตา สมรสกับนายเมืองเริง วสันตสิงห์


( ม.ล.ปิ่น มาลากุล ถ่ายภาพร่าวมกับ ท่านผู้หญิงเสงี่ยม พระเสด็จสุเรนทราธิบดี มารดา       ม.ล.ปก มาลากุล , ม.ล.ป้อง มาลากุล, ม.ล.ปอง มาลากุล พี่สาว และ ม.ล.ปานตา มาลากุล
 






 
 
 
          ย้อนหลังกลับไปเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ เมื่อหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อายุได้ ๔ ขวบเศษ 
ได้เริ่มต้นศึกษาเล้าเรียนที่บ้านโดยมีครูมาสอนก่อน จนกระทั่งท่านอายุประมาณ ๘ ปี 
จึงได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
สมัยนั้นยังเป็นโรงเรียนวัดราชบูรณะ โดยเข้าเรียนในชั้นประถมพิเศษ
ปลายปีนั้นสอบไล่ได้เลื่อนไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
( สมัยนั้นเยาวชนไทยเรียนชั้นประถมฯ ๔ ปี ดังนั้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ 
เทียบได้กับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ในปัจจุบัน
          ท่านศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 
จนกระทั่งสอบไล่ได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ขณะนั้นท่านอายุ ๑๐ ปี
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๕๗ 
เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีได้นำหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
เข้าถวายตัวต่อพระบามสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ท่านจึงได้ย้ายเข้าไปเรียนที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง 
ซึ่งปัจจุบันนี้คือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นนักเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์
ต้องเรียนซ้ำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ อีก ๑ ปี 
ผลการเรียนของท่านที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงอยู่ในเกณฑ์ดี
คือ ท่านสามารถทำคะแนนได้ดีมากในวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ 
โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ท่านมักจะได้คะแนนเต็มอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ท่านยังสนใจด้านกีฬาอีกด้วย โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 



 

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เป็นนักเรียนมหาดเล็กรับใช้อยู่ได้ ๖ ปี
ครั้นถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ ขณะนั้นท่านอายุ ๑๘ ปี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับพระยาอนุรุทธเทวาว่า
          " ปิ่นนั้น ใช้ให้ทำอะไรก็ได้ดี อายุก็มากแล้ว ไปถามดูว่า
อยากจะออกรับราชการ หรืออยากจะไปเรียนต่อเมืองนอก "
และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระราชกระแสโปรดเกล้า ฯ ให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ไปแจ้งแก่ท่านผู้หญิงเสงี่ยมดังนี้
          " ไปบอกแม่ว่า...จะส่งปิ่นไปเรียนที่อังกฤษ สังกัดกระทรวงธรรมาการ
จะได้กลับมารับราชการแทนพ่อ แม่คงจะยินดีมาก "
          หลังจากนั้นจึงมีพระบรมราชโองการโปรด 
เกล้า ฯ ให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รับทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ และให้สังกัดกระทรวงธรรมการ เพราะบิดาของท่านได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงธรรมการอย่างเอนกอนันต์
          หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๕ ตอนแรกไปอยู่กับครอบครัวของ Mr.Marshall ที่เมือง Brighton เพื่อฝึกฝนด้านภาษาและประเพณีเป็นเวลาประมาณปีเศษ จากนั้นไดเข้าศึกษาที่ School of Oriental Studies มหาวิทยาลัยลอนดอน
          วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ ท่านสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา ๔ ปี โดนเลือภาษาสันสกฤตเป็นวิชาเอก ภาษาบาลีเป็นวิชาโท สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ ไดรับปริญญาตรี เกียรตินิยม ทางภาษาสันสกฤต
( B.A. Honours )
          พ.ศ. ๒๔๗๒ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้ศึกษาวิชาครูเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด แต่ในปลายปีหลังจากที่สอบสอนและสอบข้อเขียนบางวิชาไปแล้ว ท่านล้มป่วยลงหลังจากตรากตรำทำงานอย่างหนัก เนื่องจากการออกฝึกสอน ประจวบกับระยะนั้นที่ประเทศอังกฤษเป็น
ฤดูหนาว ท่านจึงต้องเดินทางไปรักษาตัวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
          ในระหว่างที่ท่านพักรักษาตัวอยู่ที่ประ เทศวสวิตเซอร์แลนด์ใน พ.ศ. ๒๔๗๔ นั้น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดก็ได้พิจารณาผลการทำงานและผลสอบที่ผ่านมาของท่าน ปรากฏว่าผลงานและผลการสอบข้อเขียนของท่านอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ มหาวิทยาลัยจึงมอบปริญญาโททางด้านอักษรศาสตร์
( M.A. ) ให้แก่ท่าน เมื่อท่านรับปริญญาแล้วก็รีบเดินทางกลับประเทศไทยทันทีในปีนั้น







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น